|
อยากมีอากาศเหลือเยอะ ๆ ทำอย่างนี้สิครับ…
หลายครั้งคุณอาจพบว่า เพื่อน ๆ คุณมีอากาศเหลือเยอะมากตอนจบไดฟ์ มันเกิดอะไรขึ้น?
พวกเขาขโมย octopus ของคุณไปหายใจเหรอ? ไม่หรอก...ลองทำอย่างนี้สิครับ เวลาคุณอยู่ใต้น้ำ
ให้ คิดทำอะไรช้า ๆ ทำตัวให้ไหลลื่น และทำเหมือนขี้เกียจ ๆ งัย ทำยากมั้ยเอ่ย?
ทำอะไรให้ช้าเข้าไว้
น้ำมีความหนาแน่นกว่าอากาศประมาณ 800 เท่า คุณคงเคยรู้สึกถึงการที่จะเดินผ่านน้ำในสระน้ำ
หรือในทะเลที่มีความลึกประมาณเอวว่ายากแค่ไหน หากคุณต้องการเพิ่มความเร็วขึ้นหนึ่งเท่าขณะคุณ
ดำน้ำคุณต้องใช้พลังงานมากกว่าเดิมถึง 4 เท่า ในทางกลับกันหากคุณพยายามเคลื่อนที่ให้ช้าลงครึ่งหนึ่ง
ของความเร็วปกติคุณก็จะใช้กำลังเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นเอง การใช้พลังงานส่งผลโดยตรงกับการใช้อากาศ
ของคุณ ดังนั้น เคลื่อนที่ให้ช้าเข้าไว้ ไม่ว่าจะเป็นการว่าย การหัน หรือการเอื้อมมือไปหยิบอะไรก็ตาม
ทำให้ช้าทุกอย่าง อันที่จริงการเปลี่ยนวิธีการเคลื่อนไหวใต้น้ำจะทำให้คุณใช้อากาศน้อยลง แต่สิ่งที่จะ
ช่วยได้มากที่สุดคือการว่ายให้ช้านั้นเอง
ทำตัวให้ไหลลื่น
การลดความต้านของน้ำทำให้คุณประหยัดพลังงานและอากาศได้ มันไม่ใช่เหตุบังเอิญที่ปลาหรือ
แมวน้ำมีผิวหนังที่เรียบไม่มีส่วนที่ยื่นออกมาให้เกะกะ แต่เราซึ่งเป็นนักดำน้ำมีส่วนที่เกะกะมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา หรืออุปกรณ์ดำน้ำ ซึ่งสร้างแรงต้านน้ำขึ้นอย่างมาก ดังนั้นคุณต้องทำตัวเองให้
ลู่น้ำที่สุด นั่นคือการใช้ตะกั่วให้น้อยและจัดตำแหน่งของตะกั่วให้ดี พยายามทำตัวให้เป็นกลางและอยู่ใน
แนวขนานกับพื้นใต้น้ำเพราะนั่นจะทำให้ ลำตัว สะโพก และขาของคุณลอดผ่านช่องน้ำที่ศรีษะ หัวไหล่
และถังอากาศบนหลังของคุณแหวกผ่านไปในตอนแรก แต่หากคุณมีการลอยตัวเป็นลบหรือใช้ตะกั่ว
มากเกินไปคุณก็จะต้องคอยเตะขาว่ายขึ้นอยู่ตลอดเวลาเพื่อรักษาระดับความลึก ซึ่งจะทำให้เกิดช่องน้ำ
ที่ใหญ่กว่าที่ควรและเกิดการต้านน้ำมากขึ้น เมื่อคุณได้น้ำหนักที่เหมาะสมแล้วคุณต้องจัดตำแหน่งตะกั่ว
จนกว่าตัวคุณจะลอยขนานกับพื้นใต้น้ำโดยไม่ต้องขยับร่างกาย นอกจากนี้คุณควรเหน็บหรือเก็บคอนโซล
และสายต่าง ๆ ให้ติดตัวมากที่สุดและเก็บแขนของคุณให้อยู่แนบตัว
ทำเหมือนขี้เกียจ
ผมหมายถึงวิธีการหายใจของคุณ ให้คุณหายใจลึกและช้าเหมือนตอนคุณกำลังนอนนั่นเอง เพราะนั่น
จะทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนมีประสิทธิภาพ คุณอาจคิดว่าการหายใจทิละนิดน่าจะประหยัดกว่าเหมือน
คุณค่อย ๆ ดื่มน้ำแต่นั้นจะทำให้คุณใช้อากาศมากขึ้นด้วยซ้ำ ทั้งนี้เนื่องจากอากาศที่ตกค้างอยู่ใน
ทางเดินหายใจของคุณเป็นอากาศที่ค้างมาจากการหายใจออกก่อนหน้านั้นซึ่งเต็มไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์
นั่นเอง และเจ้าคาร์บอนไดออกไซด์นี่ล่ะที่เป็นตัวกระตุ้นให้สมองคุณสั่งให้คุณหายใจเร็วขึ้นเพื่อนำออกซิเจน
เข้ามาทดแทน การหายใจลึกและช้าจะทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ที่ตกค้างมีอัตราส่วนน้อยกว่าอากาศบริสุทธิ์
ที่คุณหายใจเข้ามาและให้เวลาในการถ่ายเทออกซิเจนกับคาร์บอนไดออกไซด์ คุณก็จะได้รับออกซิเจนมากกว่า
ซึ่งก็จะทำให้สมองคุณรับรู้ว่าคุณมีคาร์บอนไดออกไซด์อยู่น้อย การสั่งการให้คุณหายใจก็จะเกิดขึ้นช้ากว่านั่นเอง
คุณก็จะใช้อากาศน้อยลงเป็นผลตามมา
|